Spiga

เปิดตัวรายการสนทนาประสาสมัคร/PM Samak to launch weekly TV programme

video

He will talk live on "Samak's Talk" programme from 8:30 to 9:30 am every week

PM to launch weekly TV programme - Prime Minister Samak Sundaravej is set to hold a weekly television programme to communicate with the public starting Sunday. The programme, called Poodja Prasa Samak (or Talking in Samak's Style), will be launched on Feb 10 through tv Channel 11 for the first time.

If unavailable to attend the programme, Mr Samak said he will call in to the state television station to talk to the people. The new prime minister is scheduled to meet with leaders of the armed forces on Monday when he is to begin his first day as defence minister.

Thailand's newly elected Prime Minister Samak Sundaravej said Sunday in his first weekly talk show through state TV and radio that he believed he can govern the state to a good future.

The talk show, named "Samak Talk", was the first of its kind since his six-party coalition government took office Thursday. Samak disclosed in the program that the Cabinet at its weekly meeting next Tuesday will discuss two important issues, namely the foreign capital reserve requirement policy and the draft government policy.

After the 2006 coup, the Bank of Thailand issued a 30 percent foreign capital reserve requirement policy, which has caused a lot of controversies, especially among foreign investors who thought it an obstacle while investing in Thailand. Samak said the Cabinet will discuss it to decide if it should be retained, altered or scrapped.

Meanwhile, the Cabinet will also review the newly completed the government policy draft, scheduled to be submitted to members of the House of Representatives later this month. The talk show, which lasted for an hour, followed the tradition by coup-ousted premier Thaksin Shinawatra.

Samak said

"it (Samak Talk) will serve as a channel for me to tell you the news and to
clarify any misunderstanding".

During the talk show, Samak also replied some questions of the callers. As a long-time minister who is experienced with transportation, Samak spent more than half of his time defending his plans to expand Bangkok's mass transit system and to improve rail service around the country. He said he is confident that Thailand will be more efficient after the mass transit and railway systems were completed.

Source: Xinhua and BangkokPost.com

รายการ"สนทนาประสาสมัคร" วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2551
ถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11 และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย

สวัสดีครับท่านผู้ชม ผม สมัคร สุนทรเวช ครับ

ตอนนี้มาเป็นนายกรัฐมนตรี เริ่มต้นรายการเมื่อสักครู่นี้ ไม่ทราบใครเป็นคนจัดเข้าเพลง ความหมุนเวียนที่เปลี่ยนที่ในโลกเรา ดีครับ เข้ากับบรรยากาศดี ตอนก่อนเป็นอย่างนี้ ตอนนี้เป็นอย่างนี้ วันหน้าเป็นอย่างไรยังไม่ทราบครับ แต่ที่อยากเรียนคือว่าเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าอยู่ซีกของผมข้างเดียว แล้วไม่ได้มีทางจะเจรจาบอกข่าวให้ท่านโดยตรง ท่านนั่งชมที่บ้าน ใครฟังวิทยุก็จะได้ยินเสียงผม วิธีการอย่างนี้ละครับเป็นวิธีการแก้ปัญหาของความเข้าใจผิด หรือเรื่องที่ยังไม่รู้ ท่านผู้ชมท่านผู้ฟังควรจะได้รู้ ท่านเป็นเจ้าของประเทศ

รายการอย่างนี้ นายกฯ แต่ก่อนทำเอาไว้ ความจริงนายกฯ คนก่อนเขาไม่ทำเฉย ๆ หรอกครับ ที่สหรัฐอเมริกาเขาก็ทำ ทุกวันนี้ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช ก็ยังสนทนากับประชาชนของเขาทุกอาทิตย์ เขาพูดวิทยุ ทางผมเห็นว่าช่อง 11 ก็บริการใครต่อใครมากมาย นายกรัฐมนตรีมาขอใช้บริการคงไม่เป็นปัญหา

วันนี้เริ่มต้นอยากจะเรียนอย่างนี้ครับ

ที่ผมมาคุยกับท่านทั้งหลายตรงนี้ ทำง่าย ๆ ธรรมดา เหมือนกับคนที่เคยรู้จักคุ้นเคยกันมานั่งเล่าอะไรต่ออะไรให้ฟัง เพราะมารับหน้าที่ดูแลบริหารบ้านเมืองนี้ รายการจะประกอบด้วยอย่างนี้ครับว่า เบื้องต้นจะเล่าให้ฟังว่าไปทำอะไรมา 2 – 3 วันที่แล้วทำอะไรอย่างไรมา

ถัดมาก็จะบอกให้ฟังว่า ทางรัฐมนตรีหลายคนจะฝากมาว่ามีงานอะไรที่อยากจะให้ประชาชนได้สนใจกระทรวงนั้นกระทรวงนี้ ส่งมาคนละใบสองใบเท่านั้น ผมจะบอกให้ว่ากระทรวงนี้เขามีเรื่องนั้น ๆ ถัดไปจะเป็นเรื่องชี้แจงข้อที่ทำให้คนเข้าใจผิด เพราะบางทีคนฟังข่าวแล้วดูแคลนคนเป็นนายกรัฐมนตรีด้วย เดี๋ยวจะยกตัวอย่างให้ฟัง และถัดไปจะคุยเรื่อง 1 – 2 – 3 ที่ตั้งใจจะมาคุย สุดท้ายจะเป็นเรื่องที่จะเป็นไฮไลท์ คือว่าเรื่องที่ตั้งใจจริง ๆ จะคุยกับประชาชน รายการเป็นอย่างนี้ครับ

เริ่มต้นผมจะบอกว่า เป็นนายกรัฐมนตรีได้ไม่กี่วัน กระทรวงการต่างประเทศเขาบอกว่านายกรัฐมนตรีบาห์เรนมา เหมือนกับเป็น Working Visit ท่านมาภายในเงียบ ๆ ของท่าน ท่านมา 2 อาทิตย์ ทำงานแล้วจวนจะกลับ ท่านเป็นพระราชวงศ์ด้วย ท่านเป็นพระปิตุลาของพระมหากษัตริย์บาห์เรน ท่านเป็นผู้แทนพระองค์ของพระมหากษัตริย์บาห์เรน ตอนที่มางานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ครบ 60 ปี มีความสำคัญตรงนี้ว่าประเทศนี้อยู่ที่อ่าว มี Area ออกจากซาอุดิอาระเบีย เป็นประเทศที่ให้ความร่วมมือกับประเทศไทยดีมาก สำคัญที่สุดคือว่าเป็นเหมือนกับประตูเข้าทางตะวันออกกลาง ทางอ่าว ก็อยากให้ได้รู้จักกันไว้ด้วย ผมก็บอกไม่มีปัญหา ท่านอยู่ที่โรงแรมโอเรียนเต็ล เป็นการภายใน ผมก็ไปภายใน นักข่าวไม่รู้ โรงแรมโอเรียนเต็ลยังไม่รู้เลย ผมนั่งรถคันเล็กไปกัน 3 คน ขบวนผมไม่มี ผมมาอย่างนี้เพราะว่าเป็นการภายใน ภาษากระทรวงการต่างประเทศเรียกว่าให้เฝ้าฯ ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีก็สถานะเท่ากัน แต่ท่านเป็นเชื้อพระวงศ์ ต้องแสดงความเคารพ พูดจาต้องมีราชาศัพท์ ราชาศัพท์ภาษาอังกฤษ

กระทรวงการต่างประเทศต้องบอกมาคำสองคำแล้วใช้กัน ก็พยายามครับ เสร็จเรียบร้อย กระทรวงการต่างประเทศกระซิบมาบอกว่า ถ้าหากว่ามีเวลา 2 – 3 วันก่อนจะเสด็จฯ กลับ ทูลเชิญเสวยพระกระยาหารกลางวันได้ไหม ผมบอกว่าผมจะประชุมคณะรัฐมนตรีพิเศษวันศุกร์ ก็ได้ถ้าเป็นบ่าย ก็ทรงรับเชิญ นายกรัฐมนตรีบาห์เรนก็มาเป็นแขกคนแรกของทำเนียบรัฐบาล ได้ถวายพระกระยาหารกลางวันถ้าจะเรียกตามราชาศัพท์ นายกรัฐมนตรีไทยเลี้ยงข้าวนายกรัฐมนตรีบาห์เรน ทางโน้นมา 6 คน ทางผม 6 คน คุยกันถึงเรื่องต่าง ๆ เต็มร้อยเลย ต้องได้ประโยชน์แน่นอน เพราะมีการฝากฝังกัน ทางโน้นอยากจะมาลงทุนในไทย อยากจะเอาความเก่งเรื่องการทำโรงพยาบาลของไทยที่มีชื่อเสียงมาก ท่านอยากจะเอาไปทางโน้น แล้วท่านก็ดูลู่ทางการลงทุนทางนี้ สำคัญที่สุดคือว่านายกรัฐมนตรีท่านนี้ท่านอยู่ในแวดวง OIC (Organization of The Islamic Conference) คือ อิสลามอินเตอร์ที่เขาประชุม มีอะไรอย่างไรท่านก็ช่วยเจรจาความแทนประเทศไทยให้ ท่านช่วยพูดจาให้

เพราะฉะนั้นมีความหมายในการที่จะต้องดำเนินการอย่างกระทรวงการต่างประเทศแนะนำว่า งานแรกเป็นอย่างนี้ ถัดไปอยากเรียนว่า ระหว่างนี้วันนี้วันหยุดมีการประชุมซักซ้อมนโยบายกัน กำลังรีบพิมพ์ครับ วันจันทร์ให้คณะรัฐมนตรีอ่าน วันอังคารเอาไปอนุมัติกันเป็นทางการ วันพุธก็พิมพ์ เขาต้องการเวลา 6 ชั่วโมง พิมพ์แล้วแจก ต้องให้สภาฯ ก่อน 3 วัน เราประมาณการไว้วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2551 ไปวันที่ 19 ก็ได้ เพราะเราไม่เอาวันพุธ จะมีงานพระราชพิธีก็หลีกเลี่ยง ทุกอย่างเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เรียนให้ทราบไว้ ทำไมต้องเลือกวันจันทร์จะได้ไม่ต้องไปถามใครเขา ถ้าคาบเกี่ยวอีกวันก็สุดแท้แต่ทางฝ่ายค้านจะพูดจาอภิปรายกัน ก็เอาหน้าที่ตรงนี้เล่าให้ฟัง

ที่บอกเมื่อสักครู่นี้ว่าคนที่ทำข่าวแล้วทำให้คนในบ้านเมืองนี้เข้าใจผิด เข้าใจผิดคนธรรมดาก็แล้วไป เข้าใจนายกรัฐมนตรีผิด นายกรัฐมนตรีก็มีช่องตรงนี้ละครับที่จะออกมาสนทนาความ ผมเล่าให้ฟังนะครับ เวลาที่สนทนากับนักข่าว แล้วเผลอไม่ได้พูดกับนักข่าวไทย พูดกับนักข่าวญี่ปุ่นวันก่อน ก็เหลือเกิน คนโบราณนี่ครับก็นึกว่าข่าวญี่ปุ่นก็ไปออกข่าวญี่ปุ่น เขาบอกไม่ใช่เลย พูดกับญี่ปุ่นเสร็จญี่ปุ่นแถลงในประเทศไทยเลย นักข่าวก็หัวฟัดหัวเหวี่ยงเลย บอกอะไรกันนี่พวกญี่ปุ่น คุยกับเขาได้ นักข่าวไทยไม่ยอมคุย บอกว่ายังไม่ได้นัดวันจะคุยไว้ เลยต้องจัดการเลี้ยงข้าวนักข่าวเขาหน่อย บอกว่าต้องเข้าใจกันแล้ว ต่อไปนี้จะจัด พอเชิญนักข่าวคุยจริง ๆ เกิดบอกว่ามีคนเขียนจดหมายมาขอคุย 3 ฉบับ ต้องเป็น honor ให้ทั้ง 3 คนนั้นเขาคุย เขาก็คุยครับ

ถามเรื่องหมา เรื่องแมว เรื่องกับข้าวกับปลา ผมเลยต้องลงมาข้างล่างขอพบผู้สื่อข่าว นายกรัฐมนตรีต่อว่านักข่าวว่า ทีอยากให้เชิญขึ้นไปสัมภาษณ์ ไม่ไป ก็เลยต้องให้สัมภาษณ์ข้างนอกอย่างนั้น ก็พอสมควรแก่เหตุ คนนั้นถามคนนี้ถาม เลยขอตั้งธรรมเนียมใหม่ บอกว่าคุณบอกหน่อย ชื่ออะไร สำนักไหน บอกชื่อกับสำนัก จะได้รู้และจำหน้ากันได้คนไหนเป็นอย่างไร เขาก็ดี บอกปั๊บเขาก็ทำปุ๊บเลย พอคุยกันเสร็จเรียบร้อย ถึงวันคุยกันนักข่าวก็มา วันนั้นเป็นวันชุลมุน ตอนเช้าประชุมคณะรัฐมนตรี ถวายพระกระยาหารนายกรัฐมนตรีบาห์เรน พอไปถึงท่านผู้สื่อข่าวไปนั่ง ก็คุยกับผู้สื่อข่าวต่างประเทศ มา 12 สำนัก 20 คนนั่งล้อมวงเลย ถามโน่นถามนี่ผมตอบได้ไม่มีปัญหา จะยกตัวอย่างให้ฟังว่าเขาถามว่าตกลงมาตรการกันสำรองเงินลงทุน 30 เปอร์เซ็นต์จะยกเลิกไหม คำตอบของผมคือว่าการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งทุกพรรคการเมืองประชาชนที่ไปหาเสียงว่าจะยกเลิก 30 เปอร์เซ็นต์ แต่ทว่าเมื่อมาเป็นพรรคการเมืองร่วมกันแล้ว ฝ่ายค้านจะคิดอย่างไรไม่ทราบ แต่ว่าที่รวมกัน 6 พรรคเขามีความเห็นตรงกัน

แต่ถึงกระนั้น วันอังคารเราจะเจอกัน 6 พรรค จะให้รัฐมนตรีคลังสอบถามว่ายังเห็นตรงกันไหม ถ้าตรงกันแล้วเป็นหน้าที่รัฐมนตรีคลังจะต้องไปเจรจากับธนาคารแห่งประเทศไทย เพราะธนาคารแห่งประเทศไทยเขาเป็นองค์กรอิสระ กระทรวงการคลังเกี่ยวตะขอกันอยู่ นักข่าวถามเป็นทำนองว่า ตกลงจะปลดนั้น รัฐมนตรีคลัง ผมบอกว่าเป็นไปไม่ได้ ถามว่าเข้าใจไหมว่าเราจะมีความเห็นตรงกัน แล้วฝากรัฐมนตรีคลัง รัฐมนตรีคลังจะไปเจรจาความ พูดชัดเจนเลย คนเก่งช่อง 9 เขาพูดตอนเย็นหน้ากระทรวง บอกว่าสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อสักครู่นี้ นายกรัฐมนตรีสมัครตอบคำถามฝรั่ง บอกว่าต้องยกเลิก 30 เปอร์เซ็นต์ วันอังคารนี้จะออกมติคณะรัฐมนตรีสั่งยกเลิก อย่างนี้นายกฯ เชยไหมครับ เรื่องนี้ยกเลิกในมติคณะรัฐมนตรีได้อย่างไรครับ เรื่องนี้เป็นการละเอียดอ่อน เป็นการส่งสัญญาณกัน ผมรู้ผมเข้าใจทุกอย่าง พูดกับฝรั่งเขาก็เข้าใจ แต่ไทยปรากฏว่าฟังภาษาฝรั่งออก เข้าใจว่าฟังออก แต่วิธีเอามาเสนอในรายการไม่ค่อยญาติดีกับผม พูดจากระทบกระแทกแดกดัน ผมไม่ได้ว่าอะไร กล่าวหาเลยว่านายกรัฐมนตรีพูดเมื่อสักครู่นี้ พูดภาษาฝรั่งแปลออกมาเลย แปลว่าตกลงนายกสมัครบอกต้องเลิก 30 เปอร์เซ็นต์ วันอังคารจะประชุม มีมติคณะรัฐมนตรียกเลิก นี่ตกลงคนเป็นนายกฯ เชย หรือผู้สื่อข่าวเชย

ความจริงไม่ใช่ผู้สื่อข่าว เขาเป็นประเภทเหมือนกับพวก Commentator ครับ เก่งเรื่องหุ้น เรื่องอะไร พูดจาคล่อง แต่ปรากฏว่าคล่องแบบนี้เสียหายครับ ผมต้องเก็บเอามา มีอีกหลายอันครับ ใครมาพลาดพลั้งอย่างนี้ผมต้องเอามา ไม่ได้ว่าต่อว่าอะไรรุนแรง เพียงแต่บอกว่าคุณต้องไปตรองดู คุณสุ่มสี่สุ่มห้าเอามากล่าวหาอย่างนี้ เสียหาย เหมือนนายกรัฐมนตรีไม่รู้จักธรรมเนียมเลย เขาจะส่งสัญญาณกันอย่างไร แล้วใครเป็นอย่างไร เขาเกี่ยวตะขอกันอย่างไร

ผมจะบอกผู้สื่อข่าวคนนี้ไว้ว่า ผมรู้เรื่องอย่างนี้ เดี๋ยวถ้ายังไม่ไปไหนผู้สื่อข่าวคนนี้ นั่งฟังตอนท้ายผมจะคุยเรื่องที่ว่าพวกคุณไม่รู้จักคุย แต่ผมจะคุยให้ฟังว่าปัญหาที่ราษฎรเขาบ่น แล้วผมจะเสนอแนวทางอย่างไร ถัดไปผมจะเล่าให้ฟังเรื่องที่ยังไม่ลงรายละเอียด ผมเลี้ยงข้าวนักข่าวที่บ้าน บอกคุยได้ทุกอย่างยกเว้นเรื่องคณะรัฐมนตรี เขาก็ถาม ผมก็คุยเรื่องที่อยากจะได้คุย คือต่อไปนี้ไม่ได้คุยแบบที่หาเสียงไว้ ไม่ต้องคุยแล้ว เพราะตอนหาเสียงผมคุยเรื่องอื่น ไม่ใช่นโยบายไม่ใช่วิธีการ ถึงคราวนี้ผมมีหน้าที่แล้ว ผมต้องคุยเรื่องที่จะคิดจะทำ คุยให้เขาฟังเรื่องระบบขนส่งมวลชน ผมจะทำรายละเอียดเรื่องนี้ รายการพิเศษเลย เฉพาะ เปิดมาก็คุยเรื่องนี้เลย ผมจัดรายการเรื่องนี้ที่โรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์ปาร์ค ซอยสุขุมวิท 24 สถานที่นี้ดี คนไปฟังพอสมควร แต่เชื่อไหมครับ พูดเสร็จ อธิบายความเสร็จ ไม่มีสิ่งที่ผมพูดในหนังสือพิมพ์ ในรายงานทุกชนิด กลัวจะได้ประโยชน์ทางการเมือง กลัวว่าการรายงานความคิดเห็นของผมจะเป็นประโยชน์ในทางการเมือง ก็ท้าบอกให้ไปคุยด้วย พอผมคุยซีกเดียวของผม ไม่รายงาน ผมจะทำเรื่องนี้อีกทีหนึ่ง

ตรงนี้จะเล่าให้ฟังว่า ระบบขนส่งมวลชนในประเทศไทยควรจะทำตั้งแต่ 30 ปีที่แล้ว บ้านเมืองไหนเขามี 20,000 คนเขาทำแล้ว ของเรา 6 ล้านคนเพิ่งจะลงมือ ลงมือก็ไม่ถูกต้อง ไปลงมือยกระดับ คนที่ลงมือออกไปแล้ว พรรคพวกเขาบอกว่าเมืองไทยทำรถใต้ดินไม่ได้ อยู่เมืองนอกมานานเขารู้ รู้ดีอยู่เมืองนอกมานาน ผมอยากกระเซ้าตอนนั้นเลยว่าอยู่เมืองนอกมานานอยู่แต่ในค่ายทหาร ไม่ได้โผล่มาดูชาวบ้านเขา ผมบอกทำได้ ผมกับคุณเฉลิมจำได้เลยตอนนั้น คัดค้านเท่าไรก็สร้าง ตกลงสร้าง แล้วบอกทำแล้วให้ยาวเหยียดออกไป เพราะว่าคนจนอยู่ไกลชานเมือง เมืองจะได้ขยายไปอยู่ข้างนอก ต้องเหยียดออกไปให้ยาวที่สุด เพราะจะเป็นการทำหนเดียว ราคาก่อสร้างอันเดียว ในเมืองช้าหน่อย ชานเมืองเสร็จก่อนได้ใช้ก่อน ไม่ฟังครับ ทำเลย 23 กิโลเมตร ในเมือง ยกระดับ เสร็จแล้วราคาตายเลย บอกว่าจะมีวันละ 600,000 คน วันแรกก็เกือบจะใกล้ 600,000 คน แต่วันต่อมา 1 ปีเฉลี่ยวันละ 120,000 คน ปีที่สอง 180,000 คน ปีที่สาม 300,000 คน และอยู่ที่แถวนี้ 300,000 - 300,000 กว่าคน จริง ๆ คาดกันว่าต้องวันละ 600,000 คน จะได้อย่างไรครับ วิ่งอยู่ขนาด 23 กิโลเมตร 300,000 คน

เล่าให้ฟังตรงนี้คือว่าจะต้องเหยียดยาวออกไป อยู่ที่หมอชิตต้องยาวไปลำลูกกา ไป 30 กิโลเมตร อยู่ทางนี้เดี๋ยวนี้มีรถไฟใต้ดินไปโผล่ที่บางซื่อ ต้องเหยียดออกไปทางบางใหญ่ เกือบ 25 กิโลเมตร ไปจ่ออยู่ที่ทางสะพานตากสิน ผมทำข้ามเลย ทำเองเลย ข้ามสะพานตากสิน ทำไป 4.3 กิโลเมตร เดี๋ยวนี้ต้องต่อไป 6.8 กิโลเมตรถึงบางหว้า ใจจริงทีแรกถ้าผมไป 4.3 กิโลเมตร ผมอยากจะไปอย่างเร็ว คือข้ามทางรถไฟไปมหาชัย แต่มาคิดถึงว่าข้างทางมหาชัยบ้านคนอยู่น้อย แต่ถ้ามาบางหว้า แล้วลากไปตามเพชรเกษม อย่างนี้ไปก็ 30 กิโลเมตร ไปอยู่ชานเมืองก็ได้ แต่ก่อนทำไม่ได้ เป็น กทม. ทำไม่ได้เพราะออกนอกเขต กทม. ไม่ได้ เดี๋ยวนี้ผมเป็นรัฐบาล ผมทำได้ทุกจังหวัด ก็บอกความคิดให้ดูว่าไม่ใช่ไปหยุดอยู่แค่หมอชิต ต้องยาวไปอนุสรณ์สถานและไปลำลูกกา ทางโน้นตะวันออกเฉียงเหนือ ต้องไปบางใหญ่ ส่วนพระรามเก้าก็ลงไปที่อ้อมน้อยตะวันตกเฉียงใต้ และทางสายอ่อนนุช ก็ไม่ได้ไปแค่สำโรง ต้องยาวออกไปเลย ออกไปในเมืองเสร็จ ออกไปถึงโน่น บางปู ท่านต้องหลับตามองเห็นว่านี่ 4 แฉกแล้ว ใช้ของเก่าที่มีอยู่ ต้องขึ้นไปดูข้างบน ไปดูบนหลังคาตึกแล้วมองลงมา

ในความไม่ดีก็มีความดีอยู่ คือสถานียืดไปสถานีหนึ่งเขาสร้างดี เขาสร้างเก่ง สถานีมาตรฐานดูข้างบน จอดได้ 6 ตู้ทั้ง ๆ ที่ใช้อยู่ 3 ตู้ เพราะคนโดยสารมีขนาดนี้ ถ้าเพิ่มไป 6 ตู้ก็เท่าตัว นี่หมายความว่าเมื่อเราเหยียดออกไปข้างละ 30 กิโลเมตร อย่างนั้นแล้วข้างในเมืองไม่ต้องใช้ คือระบบเขาดีเขาใช้ได้ เราเป็น 6 ตู้ก็จะได้เท่าตัว เวลานี้ใช้ 5 นาที/ขบวน ถ้าเป็น 2 นาทีครึ่ง/ขบวน ก็เป็นอีกเท่าตัว ท่านผู้ชมท่านผู้ฟังท่านเห็นเขาสร้างแท่นยกระดับไหม จากพญาไทเขาสร้างจากมักกะสัน มักกะสันไปที่สุวรรณภูมิ 1 ปีครึ่ง 28 กิโลเมตร เพราะฉะนั้นเส้นนี้ 28 กิโลเมตร เราบอกได้เลยว่าเอารถมาวิ่งได้ 3 ปี 3 ปีเท่านั้น บอกได้เลยว่าถ้าลงมือจากอ่อนนุชยาวออกไปตลอดถึงอนุสรณ์สถาน เลี้ยวเข้าไปคลอง 16 ไปถึงลำลูกกาคลอง 7 ประมาณ 30 กิโลเมตร อย่างนี้ใน 1 ปีครึ่งยกระดับไปเสร็จ อีก 1 ปีครึ่งใส่รางใส่อะไรเข้าไปอีก เสร็จครับไม่มีปัญหา คือทั้ง 4 ทิศจะได้ภายใน 3 ปีเลย ยกระดับ ได้ใช้งานแน่ โดยตัวตรงกลางไม่ต้องไปทำอะไรใหม่ สถานี 21 สถานีในเมืองพ่วงเป็น 6 ตู้ คือมาจากทาง 4 ทิศต้อง 6 ตู้ และธรรมดา 3 ตู้ 5 นาที ต่อไปเป็น 6 ตู้แล้ว 2 นาทีครึ่ง นี่เห็นได้ชัดครับ วิธีการกระทรวงการคลังบอกงวดหน้าค่อยคุยรายละเอียด เอาเท่านี้ก่อน เท่านั้นยังไม่พอครับ

นี่เท่ากับเป็นตัว S บางใหญ่ ลำลูกกา อ้อมน้อย ตรงนี้ บางปู ตัว S ตรงนี้ ต่อไปก็กากบาท ต้องวิ่งจากรังสิตมาเข้ารางเดียวกัน เข้าตรงดอนเมืองแล้วลากมาถึงปทุมวัน ตรงสนามกีฬาแห่งชาติ ตรงนั้น ออกจากสนามกีฬาแห่งชาติถ้าเลี้ยวตรงเจริญผล เลี้ยวไปเข้าคลองแสนแสบ Elevated ยกระดับไปตามคลองแสนแสบ ข้ามถนนวิ่งคลองมหานาคไปถึงผ่านฟ้า แล้วเลาะตามกำแพงเมืองโบราณ ไปถึงปากคลองโอ่งอ่าง ข้ามสะพานพระปกเกล้า เขาทำสะพานรอไว้แล้ว ตรงนั้นรอข้ามฟากไปโน้น แล้วไปวิ่งตรงกลางพระปกเกล้าวิ่งไปกลางสุขสวัสดิ์ ไปป้อมพระจุล จากรังสิตไปป้อมพระจุล บวกลงมา สายใหม่ที่จะทำคือจากพุทธมณฑล นครชัยศรียังได้ แต่พุทธมณฑลก่อน ลากเข้ามาเลยครับ เข้ามาแล้วก็มุดลอดใต้ถุนกรุงเทพฯ แล้วก็ไปโผล่ แถวลาดพร้าวออกไป ไปมีนบุรีไปลาดกระบัง พูดให้ฟังง่าย ๆ ว่าเป็นตัว X 4 สายแล้ว เป็นกากบาทอีก 4 ก็เท่ากับเป็น 8 แฉก อีกสายเดียวก็เป็น 8 แฉก และสายที่เขาทำไว้คือพญาไท- สุวรรณภูมิ จะเป็น 9 แฉก อย่างนี้เวลาเขียนให้ดูง่าย ๆ วันหลังผมจะเขียนให้ดู วันนี้ยังไม่ต้องรายละเอียดนัก บอกให้ฟังว่างานนี้จะต้องสะดวกกับประชาชน คือวงแหวนรอบใน 40 กิโลเมตร ถนนรัชดาภิเษก ตั้งแต่คลองเตยวิ่งเข้ามา มาถึงอโศกมนตรี ไป อสมท. วิ่งยาวไปโค้งไปเลย จนกระทั่งถึงรัชโยธิน ข้ามวิภาวดีออกไป ยาวออกไป แล้วไปข้ามสะพานพระราม 7 ข้ามไปถึงโรงไฟฟ้าที่ยันฮี พระนครเหนือ แล้ววิ่งจรัลสนิทวงศ์ตลอดเลย จนกระทั่งไปถึงมไหศวรรย์ ข้ามสะพานกรุงเทพ วิ่งไปตามถนนพระราม 3 ไปออกคลองเตย รูปร่างเหมือนมะม่วงอกร่องตรงนี้ 40 กิโลเมตร มีรถใต้ดินอยู่ใต้ดิน เวลา 6 ปี รถใต้ดินวิ่งสวนกัน แล้ว loop ออกไปข้างนอก 100 กิโลเมตร เป็นยกระดับ ยกตัวอย่างตรงบางหว้า บางหว้ามีถนนใหม่ ถนนนี้เวลาจะเอ่ยชื่อต้องนึกไม่ออกเลย ถนนสร้างใหม่

กรมโยธาธิการและผังเมืองเขาสร้าง ยกระดับไป จะยาวไปถึงสะพานพระราม 5 พอข้ามไปจะไปถึง ลงไปถนนที่ตัดตรงท่าน้ำนนท์ขึ้นมาที่จะเป็นสี่แยก เลยไปหน่อยก็จะเจอถนนติวานนท์ ไปถึงถนนงามวงศ์วาน เลี้ยวขวายกระดับกลางงามวงศ์วาน เขาทำเตรียมไว้เลย ตั้งแต่เกษตร ความจริงเขาจะทำทางยกระดับ แต่ถ้าหากว่าเป็นขนส่งมวลชนก็จะมีประโยชน์มากกว่า ต่อเดียวกันยาวไปเลย ไปออกศรีนครินทร์ ศรีนครินทร์ก็วิ่งไปถึงเทพารักษ์ เสร็จแล้วเลี้ยวขวาออกไปปู่เจ้าสมิงพราย จะข้ามจะมุดก็สุดแท้แต่ ไปออกสุขสวัสดิ์ สุขสวัสดิ์ก็เลี้ยวออกมาบางปะกอก แล้วมาบางหว้า ถ้าเขียนแผนที่จะเห็นว่าวงนอก 100 กิโลเมตร วงใน 40 กิโลเมตร ทั้งหมดที่พูดกันคร่าว ๆ นี่คือระบบขนส่งมวลชน

ยังมีความคิดอ่านซึ่งเรากำลังตรวจสอบอยู่ด้วย นี่เป็นความคิดของนายตำรวจเก่าท่านหนึ่ง นายตำรวจท่านนี้ท่านทุ่มเททั้งชีวิตเลย ดูเรื่องนี้ ท่านส่งเอกสารให้ผม ผมดูแล้ว ท่านบอกทางรถไฟที่มานี้เรากำลังจะดูเลยว่าตรงไหนถ้าทำได้เร็วกว่า นอกจากที่ว่านี้ เอาคนเข้ามาโดยต่าง ๆ ระบบขนส่งมวลชนโดยใช้รางรถไฟที่มีอยู่นี้จะแก้อย่างไร ท่านอธิบายส่งเอกสารให้ผมหมด จะเอามาผสมด้วย แต่ด้วยหลักการอย่างนี้เราจะตกลง เรื่องการเงินจะพูดคราวหน้า กระทรวงการคลังขอคุยก่อน ซึ่งเขาบอกว่าหลักการใช้ได้แต่อย่าเพิ่งออกรายละเอียด ถัดไปเรื่องที่ 2 ที่ผมคุยคือเรื่องต่างจังหวัด คุยกรุงเทพฯ อย่างเดียวไม่ได้

ผมคุยเรื่องรถไฟ รถไฟต่างจังหวัดมีมาร้อยกว่าปี ท่านผู้ชมอยู่ที่บ้านอาจจะไม่ทราบว่า รถไฟ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เวลาที่ท่านเสด็จฯ ยุโรป หลักการของพระองค์ท่านคือเราต้องยอมรับความเจริญของโลก เอามาพัฒนาบ้านเรา เอาดาบไปสู้กับปืนไม่ได้ เพราะฉะนั้น พระองค์ท่านจึงรับความเจริญจากยุโรป เสร็จเรียบร้อยแล้ว ยุโรปมีตู้เย็น 3 ปี เราก็มีตู้เย็น เขามีโรงไฟฟ้า 3 ปี เรามีโรงไฟฟ้าตามหลังยุโรป 3 ปีเท่านั้น เราก็สามารถมีสิ่งต่าง ๆ อย่างรถไฟ เชื่อไหมครับรถไฟที่ทำครั้งแรก 72 กิโลเมตร สายพระเนตรของพระองค์ท่าน คือทำแบบที่เขาเรียกว่า Standard gate คือระยะทาง Meter gate คือกว้าง 1 เมตร Standard gate คือ 1.435 เมตร กว้างขึ้นก็แปลว่าปลอดภัยขึ้น วิ่งได้เร็วขึ้น ร้อยละ 65 ในโลกนี้ใช้ Standard ร้อยละ 35 หรือเล็กลงไปกว่านั้น ก็ใช้แบบ Meter gate เราสร้างมาตรฐาน เชื่อไหมครับร้อยกว่าปีก่อน มหาอำนาจที่เป็นเจ้าของประเทศทางใต้บอกจะต่อรถไฟจากกัวลาลัมเปอร์มากรุงเทพฯ ของเขาเป็น Meter grade 1 เมตร

มหาอำนาจทางฝรั่งเศสบอกจะต่อรถไฟจากพนมเปญเข้ามากรุงเทพฯ ทั้งซ้ายทั้งขวาแต่ติดฝรั่งเศส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราต้องทรงเปลี่ยน เอารถไฟ Standard ของโลก กลับมาเป็นแคบ เราเลยทำ 1 เมตรมาตลอด เขาพูดกันในโลกนี้ว่า รถไฟ 1 เมตรเป็นรถไฟเมืองขึ้น รถไฟที่ไม่ใช่เมืองขึ้นต้อง Standard ร้อยละ 65 ใช้ ยกเว้นประเทศอินเดียซึ่งเป็น 1.50 เมตร เป็นเมืองขึ้น แต่เขาใช้รถไฟมาก เขาใช้ 1.50 เมตร ผมไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องรถไฟขนาดนั้น แต่ผมบอกได้ว่าร้อยปี รถไฟวิ่ง แต่ก่อนรางนับเป็นปอนด์ 50 ปอนด์ ต่อมา 70 ปอนด์ แต่นี่ 100 ปอนด์ แปลว่าแข็งแรงขึ้น รางแต่ก่อนเป็นไม้ เดี๋ยวนี้เป็นรางคอนกรีต หมอนคอนกรีตที่จะทำ ต้องการหมอนคอนกรีตแต่ไปเรียกไม้ จะแข็งแรงจะอยู่ได้และวิ่งนุ่มด้วย ต้องการ 7 ล้านท่อน คิดแบบไทย ประมูลแบบไทย เอาราคาต่ำสุด เสนอ 7 ล้านท่อน ราคาต่ำสุด ได้ไปแล้วทำไปได้แค่ลพบุรี อยุธยา หมดปัญหาพังเลย ตอนนั้นถ้าเผื่อคิดแบบคนต่างชาติเขาคิด คือให้มีสัก 7 บริษัท คนละ 1 ล้านท่อน 7 อย่างนี้ไม่มีปัญหา ทำมาจาก 7 ทิศ อย่างนี้จะใช้ได้ไปทำหมดแล้ว ราคาแพงนิดหนึ่ง แต่เสร็จหมด คิดแบบไทย ตกลงได้แค่ลพบุรี เพราะฉะนั้น หมอนคอนกรีตจะทำให้รถไฟวิ่งได้นุ่มนวลขึ้น ไม้พุหมด ที่พูดกันอย่างนี้คือว่า คันรถไฟ ถ้าท่านดูรถไฟ เป็นดิน ข้างล่างกว้าง 10 ข้างบนกว้าง 5 รางวิ่ง 1 ราง รถไฟไทยใช้วิธีรอหลีก อย่างนี้รถไฟรอหลีก ก็ต้องกำหนดเวลา แต่ถ้ารถไฟวิ่งสวนกันได้โดยไม่ต้องรอหลีกจะเป็นอย่างไร จะดีขึ้นกว่าไหม

ผมคิดถึงเรื่องนี้คือคันดินใต้ราง ข้างบน 5 เมตร ข้างล่าง 10 เมตร แต่ถ้าเราต่อข้างบนอีก 5 เมตร ข้างล่างก็ไปอีกแค่ 5 เมตร เติมเป็นข้าวหลามตัด เราก็จะสามารถมีคันดินที่จะวาง ถ้าเราวางรางใหม่ รถไฟของเรามี 3,700 กิโลเมตร ยาวขึ้นไปข้างบนตรงไปเลย 750 กิโลเมตร ไปเชียงใหม่ ขึ้นไปแค่อยุธยาเลยไปบ้านภาชีเลี้ยวขวา ก็ไปสระบุรี นครราชสีมา ถึงนครราชสีมาก็ตรงขึ้นไป สุดท้ายถึงหนองคาย ตรงนี้ 620 กิโลเมตร ถ้าเผื่อนครราชสีมาออกไปชุมทางถนนจีระยาวออกไปก็ไปอุบลราชธานี ลากออกไป 2 สาย ไปแยกที่นครราชสีมา อันนี้ทางเหนือกับอีสาน พอลงไปข้างล่างก็ตรงไปก่อนไปนครปฐม ลงไปราชบุรี เพชรบุรี เสร็จแล้วก็ยาวลงไป สมัยก่อนจะมีแยกตรงหนองปลาดุก ไปเมืองกาญจน์ เดี๋ยวนี้เก็บไว้เป็นสายประวัติศาสตร์ รถไฟเคยไปถึงสุพรรณบุรี แต่สู้ถนนของสุพรรณบุรีไม่ไหว รถไฟถอนต้องเลิกเลย เสร็จแล้วพอลงไปข้างล่าง รถไฟยาวลงไปก็จะไปถึงชุมทางทุ่งสงก่อน และไปชุมทางเขาชุมทอง เลี้ยวไป 53 กิโลเมตรก็ไปนครศรีธรรมราช ถ้าแยกยาวลงไปคราวนี้ไปกันตัง จังหวัดตรัง เป็นท่าเรือ และถ้าตรงลงไปเลยเป็นชุมทางหาดใหญ่ ลงไปสงขลา 60 กิโลเมตรก็ไปปาดังเบซาร์ ไป 200 กิโลเมตรก็ไปสุไหงโก-ลก ทั้งหมด 3,700 กิโลเมตร ถ้าเราขึ้นคันดินทั้งหมด และขึ้นรางใหม่ ต้องชวนคนต่างชาติ เรากำลังมีโรงถลุงเหล็กใหม่ 2 โรง ผลิตออกมาเหล็กหยาบที่สุดคือ ทำรางรถไฟ ทำสะพานรถไฟใหม่ ฉะนั้นถ้าเทคโนโลยีการทำรางถ่ายทอดมาเพิ่ม 3,700 กิโลเมตร ไม่ใช่ครับ เมื่อเราทำอันนี้เสร็จ ต้องเอาอันเก่าเปลี่ยนด้วย ต้องทำทีละข้าง รถไฟต้องให้เขาเห็นเลยว่าของเขาเก่ายังอยู่ 1 เมตรวิ่ง ให้เขาอยู่อย่างนั้นไป เราขึ้นใหม่ก็เป็นของรถไฟ ไม่ใช่ของใคร สร้างขึ้นมาใหม่หมด แต่ว่าจะเร็วกว่า ผมบอกว่าเราไม่ได้ต้องการว่าเอารถจรวดมา เดี๋ยววิ่งเลย

ประเทศ เราต้องการอะไรครับ ต้องการรถไฟที่เร็วประมาณ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ก่อนของเราวิ่ง 75 เฉลี่ย 53 เดี๋ยวนี้ของเราวิ่งประมาณ 90 แต่เฉลี่ยประมาณ 60 กว่า เพราะฉะนั้น เวลาไปเชียงใหม่ต้องใช้ 13 ชั่วโมง ลงไปหาดใหญ่ต้องใช้ 16 ชั่วโมง แต่ถ้าเราใช้รถไฟที่เป็นราง Standard และใช้รถไฟสมัยใหม่ทั้งดึงทั้งดัน ฝรั่งเศสเขาสร้างใหม่ ถอดไม่ได้ แต่อังกฤษเขาเอาแบบทั้งดึงทั้งดัน ฝรั่งเศสจากสถานีการ์ เดอ ลียอง ไปเมืองลียอง 400 กิโลเมตร แต่ก่อนนี้ไป 4 ชั่วโมง เดี๋ยวนี้ 2 ชั่วโมง อังกฤษ ทำเขาเรียกว่า 125 คือ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากลอนดอนไปเดอร์บี้ แต่ก่อน 3 ชั่วโมง เดี๋ยวนี้ 2 ชั่วโมง อังกฤษบอกว่าฝรั่งเศสลงทุนแพงกว่า 8 เท่า เราไม่ได้ความเร็วขนาดนี้ เดี๋ยวเลยประเทศ ผมว่าอย่างนั้น เราสามารถจะทำรางมาตรฐาน เขาเอาออกในฝรั่งเศสในสวิตเซอร์แลนด์ เดี๋ยวนี้ TGV (Train Grande Vitesse รถไฟความเร็วสูงในแบบของฝรั่งเศส) กินหมด ตัวที่เขาเรียกว่า Roling stock คือตัวรถโดยสารต่าง ๆ เชื่อไหมครับรถโดยสารตู้นอนเมื่อไม่นานมานี้อายุ 50 ปี แต่ในยุโรปอายุ 5 ปี 10 ปี 15 ปี เราเอามาใช้ได้อีกเท่าตัว รถพวกนี้สะอาดกว่า กว้างกว่า แข็งแรง ใส่เรือมา 1 เดือน มาตบแต่งใช้งานได้เลย

งานอย่างนี้ถ้าเราทำรางคู่ไปทั้งหมด เปลี่ยนสะพานรถไฟเปลี่ยนรางหมด รถไฟมาตรฐานยุโรปก็จะมาวิ่งในประเทศไทย ทางซ้ายยังวิ่งเฉลี่ยได้ 70 กิโลเมตร 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ทางนี้จะวิ่งได้เฉลี่ย 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็ว 200 ต้องวิ่งได้ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ฉะนั้น ไปเชียงใหม่จะเหลือ 6 ชั่วโมงกว่า ไปหาดใหญ่ 8 ชั่วโมงกว่า อย่างนี้พอทำหมดแล้ว 3,700 คูณ 2 ได้ 7,400 กิโลเมตร ประโยชน์ต้องได้หมดครับ รางรถไฟขวางลงไป แม้แต่รถยนต์จะดีอย่างไร แต่สะพานใหม่จะออกมาต้อง หนึ่ง สอง สาม สะพานหยุดตรงแม่น้ำโขง รถไฟตรงไหนควรไป ราษฎรจะได้ใช้ประโยชน์ เพราะรถไฟไม่ต้องหวานเย็นอย่างแต่ก่อน วิ่งสวนกันควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ จะขนผู้โดยสาร จะขนน้ำมัน ขนพืชผัก ขนหิน ดิน ทราย ไม่ต้องใช้รถ 10 ล้อให้เกิดปัญหา รถไฟก็แก้ปัญหา คุยท่อนแรกเรื่องขนส่งมวลชน

จากนี้ก็จะคุยเรื่องน้ำ ก็อยากทำความเข้าใจ ผมอ่านเอกสารที่ทางราชการส่งให้ผมแล้ว ผมไม่ได้เข้าใจอะไรผิดเลย มีแต่คนที่ประเภทว่าเจ็บร้อนแทนคนอื่น เดือดร้อนแทนเวียดนาม ออกมาต่อต้าน ผมทำเรื่องนี้มากี่ปีครับ ทำไมผมจะไม่รู้จัก Mekong Annek ผมรู้ว่าแม่น้ำเขาคำนวณมาให้ดูว่าปีหนึ่งไหลเท่าไร เรามีสิทธิ์ใช้เท่าไร เราติดแม่น้ำ 700 กิโลเมตร เราใช้ได้ 3,500 ล้านคิว ลาว 7,400 กิโลเมตร ใช้ได้ 7,000 คิว ทุกประเทศใช้ประโยชน์จากน้ำ อย่างประเทศจีน จีนกั้นเขื่อนก็ไม่มีใครไปว่าจีนเลย ไทยคิดจะเอาน้ำเข้ามาใช้หน่อย ก็วิ่งกัน ถ้านั่งกันเฉย ๆ เวลาน้ำไม่มีแล้วทำอย่างไร ก็ไม่ได้คิดอะไรผิดปกติเลย ผมจะเรียนให้ฟังเขาเรียกภาษาอังกฤษว่า Elevation คือระดับความสูงตรงไหน

ผมเล่าตัวอย่างให้ฟัง ท่านไปดูเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เมื่อเวลาฝนออกจากเชียงดาว ถ้าลงทางด้านนี้ก็ลงมาเข้าแม่ปิง ลงไปด้านโน้นก็ลงแม่กก ทางโน้นเวลาน้ำลงมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเอาน้ำกักเก็บไว้ตอนหนึ่งเรียกว่า แม่งัดสมบูรณ์ชล ตรงแม่งัด 310 แปลว่าบวก 310 แม่งัดกับเชียงใหม่ห่างกัน 40 กว่ากิโลเมตร ลงมาถึงเชียงใหม่บวก 300 แล้ว ฉะนั้น เชียงใหม่ ลำพูน มาตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ ไปดู Elevation นครสวรรค์ ห่างจากกรุงเทพฯ 239 กิโลเมตรทางถนน ทางแม่น้ำราว 300 กิโลเมตร อยู่เชียงใหม่ 300 กิโลเมตร แต่ระดับสูงกว่าน้ำทะเลอยู่นครสวรรค์ 23 กิโลเมตร โดยมีเขื่อนอยู่ที่ชัยนาท นี่คือเรื่องการไหลของน้ำ ไม่ต้องตั้งสูบที่ไหนเลย ทำเขื่อนภูมิพลมหึมาขึ้นมาก็เก็บไว้ เวลาน้ำท่วมก็เก็บไว้ เวลาน้ำแล้งก็ปล่อย ได้ทำไฟฟ้า และเพื่อการเกษตร ถ้าไม่มีเขื่อนภูมิพล

ผมจะบอกให้ฟังหมดหน้าฝนแล้งแล้ว จังหวัดตากเดินข้ามได้เลย แต่มีเขื่อนมหึมา มีน้ำอยู่ข้างหลัง 11,300 ล้าน ถ้าเต็ม ทุกวันเขาต้องปล่อยน้ำ หกโมงเย็นเขาต้องปล่อยน้ำลงมาแล้ว 8 ท่อ ทำไฟฟ้า 32 จังหวัด เขาปล่อยน้ำทุกวัน เพราะฉะนั้น ตลอดทั้งปีน้ำ น้ำที่แม่น้ำผ่านจังหวัดตาก กำแพงเพชร มีน้ำตลอด เลยลุยไม่ได้หรอกครับ มีเขื่อนทำให้มีน้ำ เพราะฉะนั้น ต้องเข้าใจว่าเรื่องอย่างนี้เมื่อเราเสนอความคิดเห็น เราจะวัดความสูง อยากจะรู้ว่าตรงหลังแถวจังหวัดเลย ตรงแก่งขุดคู้ สูงเท่าไร หรือจะมาก่อนที่จะเข้ามาถึงเวียงจันทน์ ท่าบ่อ ศรีเชียงใหม่ ระดับความสูงเท่าไร ดึงลงมายาวจากมะม่วง 7 ต้นลงมาถึงท่าลี่ลงมาถึงเลย และโค้งลงมา และลงไปข้างล่าง หนองคาย มีแต่ละจังหวัดลงไปจนกระทั่งถึงโขงเจียม

ฉะนั้น เราต้องดูว่าที่โขงเจียม Elevation อย่างหนึ่ง ระดับน้ำอย่างหนึ่ง ลงไปมุกดาหารก็ระดับหนึ่ง ไปหนองคายระดับหนึ่ง ฉะนั้น ที่อยู่ที่จังหวัดเลย หรืออยู่เหนือจังหวัดอุดรธานี เราอยากดู ผมพูดอย่างนี้ว่าเป็นอะไรพูดก็ไม่มีใครวัด แต่ถ้าผมเป็นนายกรัฐมนตรี อย่างพรุ่งนี้ไปเยี่ยมกระทรวงกลาโหมต้องบอกกรมแผนที่ทหารว่าขอแผนที่ระดับความสูงนายกรัฐมนตรีสักชุดหนึ่ง อยากจะดู แต่จะเอาเครื่องวัดไปวัดด้วยว่าเวลาผ่านจังหวัดเลยมา ตรงนั้นสูงเท่าไร และใต้จังหวัดเลยลงมาถึงอุดรธานีสูงเท่าไร ผมยกตัวอย่างให้ฟังว่า ถ้าตรงนั้น 230 และลงมาถึงตรงที่จะทำเป็นอ่างได้ 200 ก็แตกต่าง 30 เชียงใหม่ 310 มา 300 น้ำยังไหลแตกต่างกัน 10 ถ้าเรารู้ตรงนี้ มีคนบอกไม่ต้องไปปรึกษาหารือ นี่เป็นการแสดงความคิดเห็นเบื้องต้น ไม่มีเขาไม่มีหลืบเลย จะไปเก็บอย่างไร เราก็ถามว่าคุณไปป่าสักชลสิทธิ์หรือยัง ป่าสักชลสิทธิ์คือคำตอบ ไม่มีเขา ไม่มีหลืบเลย มีแต่แม่น้ำไหลมาสายเดียวกลางทุ่ง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงคิดได้อย่างไร ว่าทำเขื่อนยาว 5 กิโลเมตร ขวางกลางทุ่ง ลองคิดดูว่าไม่มีหลืบอะไร ทำเขื่อนขวาง กรมชลประทานบอกว่าพระองค์ท่านจะเอา 38 เมตร 38 เมตรก็ได้น้ำ 800 ล้าน โปรดเกล้าฯ จะเอา 1,500 เขาบอกว่าชาวบ้านเดือดร้อนมาก นาทีสุดท้ายก่อนจะรับสั่งว่า ขอเพิ่มอีก 4 เมตร เป็น 42 เมตร จะได้ 960 ล้าน ตกลงก็เรียบร้อย บัดนี้เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ก็เกิดแล้ว น้ำก็มาแล้ว และช่วยกรุงเทพฯ อยู่ทุกวันนี้ 960 ล้าน เรามีสิทธิ์จะใช้น้ำได้ 3,500 มีอย่างนั้นแถวใกล้ ๆ ตรงนั้นสัก 3 เขื่อน เขื่อนละ 1,000 ไม่ได้ยากเย็น คิดให้ฟังเท่านั้นว่า ถ้ามีที่เก็บไว้และต่อไปก็ส่ง จะส่งใส่แม่น้ำก็ได้ ใส่น้ำมูล น้ำชี ก็ได้หรือว่าจะวางทำท่อ ท่อทำในไทย อิฐ หิน ปูน ทราย เมืองไทย เหล็กเส้นก็เมืองไทย หล่อก็ใกล้ ๆ ถนน และวางก็วางในที่หลวง ตรงไหนจะผ่านชุมชน เขาเรียกว่า cut and cover คือขุดลงไปเมื่อวางแล้วกลบ แต่ตรงอื่นไม่กลบ ข้างนอกถนน ก็ดูมาแล้วว่าเขาทำกันอย่างไร ท่อ กทม. 1 เมตร แต่ท่อผันน้ำที่ต่างประเทศ 5 เมตร ยาว 10 เมตร เขาบอกว่าเขาขุด เขาไม่ตอกเข็ม ตัวที่เขาเรียกว่า belly นอนอยู่แล้วไม่ต้องตอกน้ำหนักมันกด มันอยู่ในดิน 3 ส่วน 4 อยู่ข้างบน 1 ส่วน 4

ผมอธิบายคร่าว ๆ ให้ฟังว่า ริมถนน ถนนมิตรภาพความสูงเท่าไร ที่โขงเจียมความต่ำเท่าไร สันฐานถนนจากเหนือมาใต้ เราต้องรู้ว่าทางโน้นสูงเท่าไร ทางนี้สูงเท่าไร ออกไปซ้าย 80 กิโลเมตร พอหมดชัยภูมิก็ลงไปเพชรบูรณ์ ก็เป็นลุ่มน้ำใหม่แล้ว แต่ทางนี้เป็นกระทะคว่ำ อยู่ถนนมิตรภาพสูง ไปอยู่ที่มุกดาหารต่ำ รู้ได้อย่างไร ก็แม่น้ำชีไหลลงไปทางไหน ก็ไหลลงแม่น้ำโขง แม่น้ำมูลก็ไหลลงแม่น้ำโขง แม่น้ำชีเจอแม่น้ำมูลไปเอิบอาบกันอยู่ที่ยโสธร เสร็จเรียบร้อยแล้ว นี่มองเห็นอยู่ ฉะนั้น หนองทั้งหลาย ก็ผันเอาน้ำมาเติม คำอธิบายง่ายที่สุด น้ำมาตรฐานเท่าไร เลยอีก 3 เมตร จึงจะเข้าอุโมงค์ที่เราจะขอ เลยอีก 3 เมตรเวียดนามจะเดือดร้อนอะไร แห้ง ๆ ก็อยู่อย่างนี้ ถ้าขึ้นมาอีก 3 เมตร เราถึงจะให้เข้าท่อ และน้ำเข้าแตกต่างเท่าไร จากระดับแห้งสุดถึงริมแม่น้ำข้างบน 12 เมตร ขึ้นมาอีก 3 เมตร เราก็ขอเอาเข้า ปีหนึ่งเราต้องการได้ 5 เดือนเท่านั้น และคำที่คิดได้ที่เรียกว่า tunnel ขุด ที่เรียกว่า ไฮโดรชิลด์

พวกทำข่าวบอกว่าผันน้ำระบบไฮโดรชิลด์ ไม่ใช่ ไฮโดรชิลด์เป็นเครื่องขุด ขุดน้ำใต้กรุงเทพฯ 3.4 เมตร ตอนที่ผมเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย ต่อไปนี้รถไฟหนึ่งท่อนที่วิ่งอยู่ทุกวันนี้ 5.6 เมตร ถ้าจะเอา 2 ขบวนวิ่งสวนกันก็ 8.6 เมตร นี่เป็นจรวดที่วิ่งใต้ดินที่ขุดได้วันละ 18 เมตร ขุดลงไปให้ต่ำ จะเอาเท่าไร เอาจรวดไปสร้างไว้ เมื่อสร้างจรวดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็วิ่ง มันขุดลงไปเลย ถ้า Elevation ตรงริมแม่น้ำโขง 230 ขุดตะแคงลงมาให้ถึง 200 และมีอ่างใหญ่ที่ลึกถึงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ถ้าทำอย่างนั้นเสร็จแล้ว ก็มีน้ำมาเก็บ อีสานต้องการน้ำ 4-6 เดือน หน้าฝนไม่ต้องไปยุ่ง พอหน้าแล้งก็เอาน้ำใส่ท่อ ตอนนี้แค่คิดครับ จะได้ไม่ได้ ช่างเทคนิคต้องมาให้คำปรึกษา เราคอยกำกับว่าไม่ให้คุณไปคิดนอกลู่นอกทาง อย่างนี้ได้ไหม เพราะฉะนั้น เรื่องแบ่งน้ำ จาก 3 เมตรที่ผมว่า ยังเหลืออีก 9 เมตรข้างบน ที่น้ำยังเต็มอยู่ น้ำถึงหนองคาย 12 เมตร น้ำ 13 เมตรท่วมหนองคาย ผมต้องบอกเวลาคนมาต่อว่าผม บอกว่าเวลาน้ำท่วมหนองคาย 1 เมตร ต้องไปแจ้งหรือเปล่า ไปบอกประเทศไหนบ้างหรือเปล่าว่าน้ำไหลมาเข้าประเทศเรา น้ำไหลเข้ามาเอง

เพราะฉะนั้น เมื่อตกลงกันได้ เขายอมให้เราผันน้ำผ่าน ถึงเวลาตรงนั้นไม่มีใครเดือดร้อนเรื่องน้ำแล้ว ก็ไหลเข้าบ้านแล้วที่เหลือ เท่านั้นแหละคิดง่ายๆ คืออยากให้คิดเสียบ้างลงมือทำเสียบ้าง ผมพูดเรื่องนี้มาถ้าไม่บอกให้เครดิตคนอยู่ข้างหลังผม ยังไม่ได้เจอตัวจริงท่าน 2 วันก็ส่งเอกสารมาท่านชื่อพลตรีถวิล อยู่เย็น ท่านเป็นคนที่รักบ้านเมืองนี้เป็นคนที่เป็นทหาร ศึกษาประวัติศาสตร์ ศึกษาภูมิศาสตร์ และท่านถ่ายทั้งหมดใส่มาในตัวผม ผมไม่ตรัสรู้หรอก ท่านให้ผมมา 15 ปีแล้ว 15 ปีแล้วที่รับเอกสารจากท่านมา วันหนึ่งผมเป็นรองนายกรัฐมนตรี ผมก็ใช้ความสามารถของผม รองนายกฯ ไทยไปช่วยประเทศลาว 3 โครงการ ช่วยออกแบบถนนนี้ ช่วยลาว 3 วัน วันสุดท้ายผมบอกท่านท้าว ท่านท้าวเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมลาว บอกว่าขอให้ลาวช่วยไทย 1 วัน ท่านถามเอาอะไร ผมบอกขอยืมเฮลิคอปเตอร์หน่อย ท่านบอกว่าวันนี้ท่านมีธุระมาก ให้ท่านคำลวดมาพาไปหน่อย ผมเอาเฮลิคอปเตอร์ไปตำบลปากลาย อยู่ริมแม่น้ำโขง ห่างจากมะม่วง 7 ต้น 29 กิโลเมตร แต่ก่อนเป็นของไทย แต่ขีดไปขีดมาเข้ามาในไทย 29 กิโลเมตร ตรงนั้นคนไทยเคยอยู่พูดไทยได้สบาย ความจริงไทยกับลาวแตกต่างกัน 5 เปอร์เซ็นต์ ผมต้องการเอาเฮลิคอปเตอร์ไปแล้วเลี้ยงน้ำมะพร้าวผม ผมตอบคำถามว่าที่เห็นอยู่เวลานี้ แล้วเวลาที่น้ำมาเต็ม ๆ เต็มฝั่งขนาดไหน ถามที่อื่น 12 ที่หนองคาย 12 แต่ที่ปากลายแตกต่าง 20 เพราะฉะนั้น เมื่อแตกต่าง 20 เราก็สามารถที่จะทำอุโมงค์อย่างเดียวกัน ผมเสนอท่านท้าวเลย เราจะทำถนนให้ลาวจากปากลายมามะม่วง 7 ต้น 29 กิโลเมตร ปีหนึ่งมาได้ 3 เดือน ถ้าไม่มาทางนี้ต้องขับรถยาวไปท่าลี่ 150 กิโลเมตร ถ้าไปทางนี้ 29 กิโลเมตร ของเราถนนดีไปจ่อชายแดนหมดเราจะทำถนนให้ดีใช้ได้ทั้งปี และจะขอเช่าริมถนนวางท่อ 29 กิโลเมตร จากที่ปากลาย พอถึงไทยถึงน้ำปาดไปลงน้ำปาด น้ำปาดก็มาลงแม่น้ำน่าน แม่น้ำน่านก็อยู่เหนือเขื่อนสิริกิติ์

นั่นก็เป็นวิธีที่จะเอาน้ำมาลงเขื่อนสิริกิติ์เห็นไหมว่าของอย่างนี้ผมดูผมคิดของผม โครงการจะเอาน้ำสาละวินมาเข้าเขื่อนภูมิพล ก็ไม่ได้มีใครห้าม ไม่มีหรอกเพราะไม่ใช่แม่น้ำนานาชาติ และข้างใครข้างมัน ติดกับพม่า ติดกับจีน พม่ากับไทยติดเรา 127 กิโลเมตร เพราะฉะนั้น ไปดูที่ snowy mountain ตอนเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย ดูเมื่อปี 2520 31 ปีเข้าปีนี้ แต่ไม่สายหรอกครับ ยังจะเอาน้ำสาละวินเข้าเขื่อนภูมิพล โดยวิธี snowy mountain ผมต้องเล่าให้ฟังไว้เพื่อจะได้บอกว่า ผมรับอาสามาดูแลมาบริหารบ้านนี้เมืองนี้ ผมต้องมีความคิดอ่าน วันนี้ ตั้งใจจะคุยเรื่องอาหารการกิน เรื่องความแพงของอาหาร จะคุยเรื่องข้าวแกงตั้งแต่จานละ 3 บาทมาเป็นจานละ 35 บาท ต้องการจะให้เห็นเลย ตั้งใจไว้เลยจะคุยการเมือง เรื่องเศรษฐกิจ เขาใส่ไว้ 10 นาที ผมจะเอาเรื่องนี้ไว้คุยคราวหน้าว่าเศรษฐกิจเรื่องเศษสตางค์

ในอเมริกาเอาเก็บเศษสตางค์ตัวเหรียญทองแดง เหรียญ nickel เหรียญสลึง 25 สตางค์ เขาใช้มาร้อยปีไม่เปลี่ยน แต่ไทยเราไม่ได้เหมือนอเมริกา ทำไมวันนี้เมืองไทยค่าแรงวันละ 200 อเมริกาค่าแรงวันละ 1,600 แต่ไปชิคาโก ไปซุปเปอร์มาร์เก็ต ซื้อไข่ไก่โหลละ 31 บาท ประเทศไทยได้วันละ 200 ซื้อไข่ไก่โหลละ 30 บาท เห็นไหมครับวันนี้จะมีเวลาอยู่ 8-9 นาที เสียแรงท่านโทร.มาแล้วผมจะตอบคำถามหน่อย

คราวหน้าผมจะคุยเรื่องปัญหาปากท้องโดยเฉพาะเลย ทำไมถึงแพง ทำไมข้าวแกงขึ้นทีละ 1 บาท ไม่ต้องขึ้นทีละ 5 บาท ใครได้เปรียบใครเสียเปรียบใครอย่างไร คุย 1 ชั่วโมงเลย อธิบายให้ฟัง นั่นคือสิ่งที่ชาวบ้านอยากรู้และผมก็อยากอธิบาย เมื่อฟังแล้วนั่นคือเหตุที่พระพุทธเจ้าท่านสอนว่า ถ้าท่านต้องการจะระงับผล ต้องไปดับที่เหตุ ผมจะอธิบายเหตุให้ฟัง แล้วเราจะดับกันอย่างไร ไม่ต้องให้ใครช่วยคิด อธิบายให้ฟังแล้วจะคิดให้ฟัง ด้วยว่าจะต้องทำอย่างไร

วันนี้ขออนุญาตตอบปัญหาหน่อย

ให้กำลังใจนายกฯ อย่าโกรธใครง่าย ๆ ขอบคุณครับ ชาวเชียงราย ให้กำลังใจ ขอบคุณครับ

ยินดีกับตำแหน่งอยากให้จัดรายการเป็นรายการสด วันนี้ไม่ใช่รายการแห้ง เป็นรายการสด ไม่ต้องมีสคริปมาอ่าน คุยให้ฟังเลยอยู่ในหัว นานๆ จะได้มีโอกาสได้คุยตรงไปตรงมาอย่างนี้

คนอย่างผมไม่ใช้ สคริป เจ้าหน้าที่เขามีสคริป ถึงตรงไหน ๆ เขาจะใช้สคริป ผมไม่ใช้หรอกครับ วันนี้ตั้งใจจะมาพูดเรื่องข้าว แต่ไปคุยเรื่องรถไฟกับน้ำยาวหน่อย แต่รถไฟกับน้ำจะมีรายละเอียด

ชอบรายการนี้อยากให้นายกฯ พบประชาชนอย่างนี้ ครับ จะมาอาทิตย์ละหน

ผมลืมบอกไว้ตั้งแต่ต้น ผมจะมาวันอาทิตย์หลังพระเทศน์จบ แล้วจะคุยกับท่านอย่างนี้ ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าสะดวก มีสถานีอย่างนี้อยู่ทั่วประเทศเลยเพราะฉะนั้น ถ้าผมไปต่างจังหวัด ท่านจะได้ดูเหมือนกัน อยู่เชียงรายก็ช่อง 8 เชียงใหม่ก็มี อุบลราชธานีก็มี ขอนแก่นก็มี ลงไปทางใต้มีหมด

เพราะฉะนั้น ไปอยู่ต่างจังหวัดก็เข้าสถานีเวลา 08.30 น. ก็ออกอากาศได้อย่างนี้เหมือนกัน ผมเลือกวันอาทิตย์ เพราะอยากให้ท่านที่ไม่ไปไหน จะได้ฟัง ผมมีเรื่องมาคุยทุกอาทิตย์ และรับประกันได้ว่าเป็นประโยชน์และไม่ใช่เรื่องส่วนตัวผม เป็นเรื่องที่จะแก้ไขปัญหาบ้านเมืองอย่างไร

ขอแสดงความยินดีกับนายกฯ ต้องการเรื่องบัตรเครดิต

อันนี้ผมจะคุยกับนายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เรื่องบัตรเครดิต ผมไม่เชี่ยวชาญเรื่องนี้ ขอบพระคุณที่ให้กำลังใจทุกท่าน

เอาเรื่องที่มีปัญหาก่อน มีเรื่องปัญหาภาคใต้ ผมจะคุยกับผู้ที่รับผิดชอบ แต่ผมรับผิดชอบมากกว่าเขา พรุ่งนี้จะคุยกันเวลา 09.00 น. สร้างทาง จักรยานทั่วกทม. จะบอกให้ฟังว่าต้องพูดกันแบบตรงไปตรงมา กทม. มีรถเป็นล้านๆ คัน ขี่จักรยานไปเดี๋ยวก็หายใจไม่ออก มีช่องทางให้ขี่ดี ถนนประดิษฐ์มนูธรรมสองข้างซ้ายขวามีต้นไม้ เอาจักรยาน 4-5 คันไปจอดให้คนขี่ สนิมขึ้นเลยครับ เมืองจีนเองตอนนี้ก็ไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว รถมากขึ้น ทางจักรยานก็แคบลง เขาใช้กันมาเดนมาร์กก็ยังใช้ คือถ้าใช้ได้ก็เอาเถอะครับ แต่ผมคิดว่าไม่คุ้ม พ่อแม่คนไหนจะปล่อยให้ลูกขี่จักรยานไป โรงเรียน สามีใครขี่จักรยานไปทำงาน มันพร้อมใจกันขนาดนั้นไม่ได้หรอก เดินหน้ามาอย่างนี้ ก็จะพยายาม ถ้าทำได้ กทม. เป็นคนดูแล และเขาก็ชอบทำอยู่แล้ว

ความจริงเขาก็พยายามสนับสนุนเรื่องนี้ เรื่องการระบายน้ำสู่น้ำโขง อันนี้คุยไปแล้ว หวยบนดินออกไหม มันไม่ได้มีอะไรผิดกฎหมาย แต่เขาตีความว่าผิด อัยการบอกไม่ฟ้อง คนสอบก็ต้องฟ้องเอง แต่ผมจะบอกว่าบนดิน ถ้าทำมานั่งเขียน เดี๋ยวคนเขียนมีปัญหาอีก เครื่องมารออยู่แล้ว ต่อไปนี้ใครจะแทงก็กด เขาเรียกว่า ล็อตโต้ งานนี้เพื่อการศึกษาของเยาวชนไทย ทั่วโลกใช้อย่างเดียวกัน เพราะอย่างนั้น ต่อไปใครจะแทง ก็กดไป 5 บาท 10 บาท เป็นสิ่งซึ่งเขาเรียกว่าภาษีที่คนเต็มใจเสีย เรื่องพรรณนี้ไม่มีปัญหา เอาให้จบก่อน ดูสิว่าเขาฟ้องอย่างไร ศาลรับฟ้องอย่างไรไหม มันประหลาดไหมออก 6 ตัว ไม่เป็นปัญหา ไม่ผิดกฎหมาย ออก 2 ตัว 3 ตัว ผิดกฎหมาย นี่คิดกันตื้น ๆ แบบผม

เรื่องแก้ปัญหาปากท้อง งวดหน้าจะคุยให้ฟังเลยว่าปัญหาอยู่ตรงไหน และจะแก้ได้ไหม ต้องร่วมมือกันทั้งผู้บริโภคและคนขาย ผมยกตัวอย่างให้ดูก็ได้ แม่ค้าที่ขึ้นราคาควรจะขึ้นจานละ 1 บาท 20 บาท ขึ้น 1 บาท เท่ากับ 5 เปอร์เซ็นต์ แม่ค้าขายวันละ 100 จาน แม่ค้าได้ 100 บาท ซื้อของมาแพง 50 บาท ได้กำไร 50 บาท แต่แม่ค้าไม่ขึ้น ขึ้น 20 บาทเป็น 25 บาท แม่ค้าซื้อของแพง 50 บาท แต่ได้กำไรวันละ 500 บาท ผมจะคุยอาทิตย์หน้าคุยเรื่องนี้โดยเฉพาะเลย แม่ค้าอย่าโกรธกันก็แล้วกันเรื่องนี้ ขุดคลองลึก 10 เมตร กว้าง 50 เมตร แทนระบบส่งน้ำ เพราะเกิดน้ำท่วมภาคอีสาน ผมจะบอกให้ฟัง จะมีคลองมีคูพูดกันทีหลัง หาน้ำที่มันเทลงทะเลไปเก็บเอาไว้สำหรับจะใช้เวลาที่ขาดแคลน เอาหลักการตรงนี้ก่อน ส่วนจะแจกจ่ายอย่างไรไม่น่าจะเป็นปัญหา นโยบายการศึกษาด้วย มีรัฐมนตรี 35 คน 20 กระทรวง แต่ละกระทรวงเขาคงมีโอกาสได้ออก ช่องนี้ผมขอรวบรวมทั้งหมดมาตรงนี้ แต่ละกระทรวงก็ต้องไปคุยกับท่าน ให้ท่านรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการแสดงฝีมือบ้าง ฝากเรื่องท่าเรือน้ำลึกปากนารา ต่อจากท่านทักษิณ

ผมต้องดูก่อนว่าคาราคาซังอย่างไร เสนอนายกฯว่าสถานีไหนที่โจมตีรัฐบาล ทั้งวิทยุโทรทัศน์ไม่เป็นกลางให้ดูแลเป็นพิเศษเพราะจะทำให้ประเทศชาติเกิดความขัดแย้ง เรื่องนี้คุณจักรภพ (นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี) เขาพูดเลยเขาบอกว่าต่อไปนี้ต้องมีความเป็นธรรม ผมบอกว่าท่านรอดูหน่อย เราจะให้มีสถานีโทรทัศน์ซึ่งเป็นกลางโดยไม่ต้องไปสั่งสอนเขาเลย เขาเป็นกลางโดยสัญชาติ โดยวิญญาณของเขา สถานีเป็นกลางนี่ถูกทำลายล้างลงไป ผมย้ำเลยสถานีที่เป็นกลางและดีที่สุด หารายได้ของตัวเองมาดูแลได้เองหมด ถูกยุบ เอาใครมายึดไปทำอะไร นั่นแหละครับความเป็นธรรมไม่เป็นธรรมในโลกนี้ ไม่มี คนดีมีฝีมือไม่มีการจ้าง แต่ผมไม่ได้ท้าทายอะไร 2-3 วันจะทำให้ดูว่าคนดีมีฝีมือต้องมีช่องทำงาน เราให้เขาทำงานโดยอิสระ และดูสิว่าสาธารณะกับที่มีฝีมือโดยไม่ต้องใช้เงินหลวงปีละ 2,000 ล้าน ใครจะเก่งกว่ากัน คอยดูนะอันนี้ไม่ใช่ท้าทายทำได้ด้วย เพราะเราเคยเห็นฝีมือเขามาแล้ว ขอให้มีช่องได้ออกเถอะ หนทางแก้ไขมี ผมจะเก็บคำถามของท่านไว้คราวหน้า

ขอประทานโทษมีคนบอกว่าชั่วโมงจะพูดอะไรกัน เห็นไหมครับ ชั่วโมงหนึ่งพูด 50 นาที ตอบคำถาม 10 นาทียังเหลือคำถามตั้งปึก งวดหน้าก็กรุณา ท่านดูแล้วกัน ผมบอกไว้เลยว่าผมมีเรื่องอื่น ๆ ที่เล่าให้ฟังก่อน แล้วสุดท้ายจะคุยเรื่องปัญหาปากท้อง เรื่องของแพง ขายแพง เพราะอะไรอย่างไร เอาเหตุมาแจงเสียก่อน และต้องร่วมกันทั้งผู้บริโภคและผู้จำหน่ายและทางราชการด้วย ผมจะลงไปช่วยดูด้วย อาสามาทำงานการเมือง ถ้าไม่ช่วยคิดช่วยอ่าน ไม่มีทีวีอย่างช่องที่เขาช่วยผมวันนี้ ขอปั๊ปได้ปุ๊บ ก็เอาแค่นี้ก่อนครับ

วันนี้เวลาเกินแล้ววันอาทิตย์หน้า 08.30 น. เช้าฟังพระเทศน์จบแล้ว พบกันใหม่นะครับ

สวัสดีครับ

ที่มา: สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


0 ความคิดเห็น: